*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์*

 
 
 
 

 

[CS] SUB DB1.2 : เพิ่มเติมคู่มือพันปิยะ
 
 
 
 
 
 
 
ข้อมูลรายละเอียดตัวละคร
 
 
 
1. ชื่อจริง / นามสกุล / ชื่อเล่น
พันปิยะ  สุวรรณวารุณ (ตง)
Panpiya Suwanwarun (Tong)


2. อายุ
15 ปี


3. วัน เดือน ปี เกิด
18 ตุลาคม 2538


4. เพศ รสนิยมทางเพศ
เพศ : ชาย  รสนิยมทางเพศ : หญิง


5. ความสูง
168 ซม. (ณ ปัจจุบัน)  172 ซม. 175 ซม.


6. รูปพรรณสัณฐาน
ผิว ขาวเหลืองตามแบบฉบับคนไทยเชื้อสายจีนทั่วไป ผมสั้นกระเซิงสีดำ ดวงตาชั้นเดียวสีน้ำตาลดำ ใบหน้าเล็ก ปลายจมูกมน สวมแว่นกรอบลอยทรงเหลี่ยมขาสีเงินหม่น ถูกใครหลายคนลงความเห็นว่าเป็นอาตี๋หน้าจืดธรรมดา ๆ  ไม่มีพิษมีภัยอะไร

ดูผอมแห้งแรงน้อย แต่ความจริงคือกินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนเสียที อาตงไม่ชอบกินจุแต่มักถูกทางบ้านประเคนอาหารให้กินเยอะ ๆ ทำนองว่าขุนเข้าไป สักวันเธอคงจะตัวนุ่มนิ่มกับเขาบ้าง

นิ้วยาวจนน่าอิจฉา สามารถใช้มือทำเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว งานฝีมือประเภทต่าง ๆ คือของถนัด
 
ปัจจุบันมีรอยแผลเป็นรถล้มตั้งแต่หัวเข่าไปบริเวณกลางหน้าแข้ง มีขนาดใหญ่พอควร
 
 
 
 

 
(Satou จาก Itoshii Akuma โดย Madarame Hiro)
[รูปเดิม << จิ้ม]
 


 
[ลายเส้นโดย ผอ.Cocon]
 
 
ชุดนักเรียน
เชิ้ต ขาวปกแหลมแขนสั้น ปักชื่อด้วยดายสีน้ำเงินทึบเหนือกระเป๋าบนอกซ้าย บนอกขวาเป็นเข็มกลัดโรงเรียน กางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน เข็มขัดหนังสีดำ หัวเข็มขัดสีเงินตราโรงเรียน ถุงเท้าขาว รองเท้าหนังสีดำ
 
 
(เครื่องแบบจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟศรีเพชรบูรณ์)
 
 
7. ลักษณะนิสัยและพฤติกรรมต่างๆของตัวละคร
-เป็นมิตร  หากบรรยากาศเอื้ออำนวยต่อการผูกมิตร ไม่มีใครอยู่ในภาวะคุกรุ่นทางอารมณ์ อาตงไม่รีรอที่จะเข้าไปพูดคุยและทักทายฝ่ายตรงข้ามก่อน หากใครเข้ามาทัก>>ทักตอบ หากเกิดภาวะเงียบสนิทต่างคนต่างพูดไม่ออก อาตงจะเป็นฝ่ายชวนคุยต่อบทสนทนาให้เอง

เรื่องชวนคุยมีตั้งแต่ลมฟ้าอากาศ หมูหมากาไก่ อะไรก็ได้ที่ผ่านเข้ามาในครรลองสายตาซึ่งพอจะหยิบยกมาเป็นหัวข้อสนทนาได้

-โผงผางไม่ค่อยเกรงใจใคร ยิงคำถามตรงประเด็น สงสัยอะไรไม่มีอ้อมค้อม ถามออกไปเลย หรืออาจทักว่า “วันนี้หน้าเหี่ยวจริง ไปทำอะไรมา” ทั้งที่เพิ่งเจอกันแค่สองสามครั้ง คนอื่นอาจไม่ชอบใจก็ได้ นอกจากนั้นยังชอบลืมตัวเผลอพูดเสียงดังอีกต่างหาก
 
(เหี่ยว ณ ที่นี้คือลักษณะตรงข้ามกับหน้าเด้ง)
 
-ปัจจุบันเริ่มสงบและคิดก่อนพูดมากขึ้น เมื่อเจอเรื่องไม่ชอบใจนิ่วหน้า ก่อนจะพยายามเปลี่ยนไปพูดเรื่องอื่น (แต่หากถูกแกล้งแรง ๆ ก็ว้ากไปเหมือนเคยอยู่ดี)
 
-มีความอดทนในการทำงานสูงมาก ทำงานติดต่อกันได้หลายชั่วโมงไม่มีบ่น

-ช่างสังเกต(จุกจิก) สังเกตรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเสื้อผ้า สิ่งของได้ดี ตะเข็บเป็นยังไง กระดุมหลุดหรือเปล่า เป็นนิสัยที่ถูกฝึกมาตั้งแต่เล็กว่า เวลาซื้ออะไรดูให้ดี ต้องให้คุ้มราคา บางทีเลยดูเหมือนคนขี้เหนียวไป บ้าง เพราะเงินบินออกจากกระเป๋ายากเหลือเกิน พลิกหน้าพลิกหลังดูอย่างถี่ถ้วน ถ้าเป็นของดีมีตำหนิพอแก้ไขได้ก็ไม่เป็นไร ถ้าแก้ไม่ได้ก็ไม่เอา

-รักความเป็นระเบียบ ไม่เชิงว่าจัดทุกอย่างให้เป็นที่เป็นทาง เป็นประเภทหากมีของวางระเกะระกะอาตงจะเก็บให้พ้นหูพ้นตาไปเฉย ๆ โดยยัดไว้ตรงนั้นตรงนี้บ้าง อย่าถามว่าเก็บไว้ตรงไหนเพราะอาตงจำไม่ได้ ทางทีดีอย่าให้อาตงเก็บให้เลย มาเก็บเองจะดีกว่า อาตงจำได้เฉพาะของของตัวเองอย่างเดียว


สรรพนามที่ใช้

ในบ้าน

เรียกคนอื่น :
ย่า - อาม่า
พ่อ - เตี่ย
แม่ - ม้า
พี่ สาว - เจ้...(เสียงโท) หรือเรียกตามลำดับศักดิ์ มีสี่คนก็เรียก ตั่วเจ้(พี่สาวคนโต) หยี่เจ้(2) ซาเจ้(3) สี่เจ้(4) / เรียก “ลื่อ” (เสียงเอก)
สามี(ของตั่วเจ้) - อานึ้ง
หลาน(ลูกตั่วเจ้) - เติม “อา” หน้าชื่อเล่น
บุรุษที่สาม - อี
ลูกจ้าง - เจ้ / เฮีย

แทนตัว :
ย่า,เตี่ยและม้า - ใช้ชื่อเล่น “ตง” “อั้ว” ถูกเรียกว่า “อาตง”  “ลื่อ”
 เจ้ - “ตง” บ้าง “อั้ว” บ้าง (เสียงโท) ถูกเรียกว่า “ลื่อ”  “อาตง”  “อาตี๋” “ตี่ตี๋” “อาโซ่ยตี๋” (น้องชายคนเล็ก)
หลาน - อากู๋,อากู๋ตง


นอกบ้าน

เรียกคนอื่น :
ครู - ครู...
ในทีแรกอาตงจะเรียกครูด้วยชื่อจริงก่อน จะเรียกชื่อเล่นก็ต่อเมื่อครูบอกให้เรียกได้
 
 
รุ่นพี่,คนอายุมากกว่า – พี่...,คุณ...
เรียกรุ่นพี่ด้วยชื่อเล่น
สำหรับคนอายุมากกว่าอาตงจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกันกับครู คื่อเรียกชื่อจริงจนกว่าบุคคลนั้นจะอนุญาตให้เรียกชื่อเล่นได้
 
แต่ หากบุคคลนั้นเป็นบุคคลที่คนทั่วไปเรียกชื่อกันอย่างสนิทสนม อาตงก็ไม่รีรอที่จะเรียกตาม เช่น พี่กล้า (ถ่ายเอกสาร) หรือ ยามยอด เป็นต้น
 

เพื่อน - นาย, เธอ(ไม่รู้ชื่อ)
สำหรับผู้หญิงหากรู้ชื่อจะเรียกชื่อเล่นแทน (ใช้ชื่อเล่นแทนตัวไปเลย ไม่เรียกว่าเธออีก)
ส่วนผู้ชายยังเรียกนายเหมือนเดิม

บุรุษที่สาม - เขา (เค้า)

แทนตัว :
ครู - ผม
รุ่นพี่,คนอายุมากกว่า - ผม
เพื่อน - เรา
 
มีหางเสียงเฉพาะเวลาคุยกับครูและคนอายุมากกว่าสักสี่-ห้าปีขึ้นไป โดยกะเอาจากสายตา
กับรุ่นพี่นี่หาได้ยากยิ่ง (ไม่นับลูกค้า)
 

หากลืมตัวตกใจ หรือโมโหอาจเป็น อั้ว ลื่อ อี ได้เหมือนกัน


8. สิ่งที่ชอบ
-ของหวาน เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ขนมเบื้อง
-ซีดี/หนังสือว่าด้วยเทคนิคการแกะสลักหรือตัวอย่างการแกะสลัก
-ซีดีเพลง ชอบฟังเพลงแนวป๊อป,ป๊อป+แจ๊ส,ป๊อป+บอสซาโนวา  เช่นเพลงของลุลา,แคลอรี่ บลาบลา,ตู่ ภพธร เป็นต้น ไม่ชอบร็อค หนวกหู
-ได้ทิป (เงินที่ลูกค้าให้เพิ่ม)
-เงินเหลือเก็บ


9. สิ่งที่เกลียด, กลัว
-วันที่ม้ากับเตี่ยสรรหาอะไรแปลกประหลาดมาให้กิน อาทิยาบำรุงแผนโบราณที่ไม่รู้จัก ดูยังไงก็ไม่น่าไว้วางใจ
-ลูกค้ากวนประสาท หากเจอลูกค้าประเภทนี้อาตงจะหงุดหงิด เขม่น กระแทกของในมือใส่โต๊ะ (เวลาเสิร์ฟ)
 
ยกตัวอย่างสถานการณ์
ตง : รับอะไรดีครับ //ส่งรายการ
ลูกค้า : //ชี้  เอา'เตี๋ยวไม่งอก ไม่ผัก ไม่เนื้อ ไม่ชิ้น อ้อ...ไม่เส้นกับไม่น้ำด้วย
ตง : ....*ปึด*
หยี่เจ้ (อยู่ใกล้ ๆ) : ไม่ต้องกินดีกว่ามั้ยคู้ณณณณ
ลูกค้า : //สั่งใหม่
ตง : //จดรายการเอาไปให้เตี่ย
ตง : *กลับมาใหม่พร้อมชามก๋วยเตี๋ยว*
       *พูดน้ำเสียงห้วนดัง*
 
        "ที่สั่งครับ" 

        //กระแทกชามลงโต๊ะดังปัง!

-ลูกค้าขอลดค่าอาหาร (...ในรายการแจ้งราคาไว้แล้วนะคุณ ไม่ใช่ไม่บอก)
-พวกกินแล้วหนี


10. งานอดิเรก
-ทำงานฝีมือพร้อมฟังเพลงไปด้วย
 
-งานฝีมือที่ปฏิบัติบ่อยที่สุดคือการแกะสลักผักผลไม้ แต่อาจมีงานอื่น ๆ อีก เช่นวันไหนอาตงครึ้มอกครึ้มใจอาจลุกขึ้นมานั่งหล่อปูนปลาสเตอร์ตามแม่พิมพ์ สำหรับนิตติ้งและโครเชต์จะทำก็ต่อเมื่อถูกวานจากบรรดาพี่ ๆ หรือเพื่อนเท่านั้น ถ้าลุกขึ้นมาทำด้วยความตั้งใจของตัวเองนี่ถือว่าผิดปกติ ต้องมีอะไรพิเศษเกิดขึ้นแน่ ๆ
 
ทั้งนี้ขนาดของชิ้นงานต้องไม่ใหญ่กินพื้นที่ในบ้านมากเกินไป เป็นงานที่สะดวกต่อการทำและการเก็บจะดีกว่า
 

-วางแผนการใช้จ่ายในอนาคตตั้งแต่วันนี้จนไปถึงสิ้นเดือน คำนวณว่าวันนี้จะกินอะไร จ่ายเท่าไหร่ ซื้ออะไรดี จะเหลือเงินเท่าไหร่
-ปล่อย เงินกู้(?) ไม่คิดดอกเบี้ย แต่กรุณาจ่ายตรงวัน ไม่งั้นอาตงถามทวงถึงบ้านไม่มีหย่อน (ถ้าให้ดีหลังจากคืนเงินแล้วช่วยเลี้ยงขนมด้วยจะเยี่ยมมาก)


11. สายการเรียน
ศิลป์-คำนวณ


12. วิชาที่ชอบ / ไม่ชอบ
วิชาที่ชอบ
-คณิตศาสตร์
 เตี่ยบอกว่าตั้งใจเรียนเข้าไว้จะได้มาช่วยเตี่ยบริหารร้านกับทำบัญชี และอาตงก็เชื่อเตี่ยหมดใจ

-คหกรรม
 (แกะสลักผัก/ผลไม้) เพราะเอาไปใช้กับที่บ้านได้ (ดูข้อ20)

วิชาที่ไม่ชอบ
-สังคมศึกษา
หนังสือ เล่มเขื่องและเนื้อหาอันครอบคลุมทุกอย่างบนโลกนับแต่อดีต ปัจจุบัน และอาจรวมไปถึงอนาคต คือสิ่งที่ไม่สามารถบรรจุลงในสมองของอาตงได้ อาตงไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมานั่งจำประวัติศาสตร์อันยาวเหยียดทั้ง ๆ ที่มันไม่ค่อยจะเกี่ยวกับตัวเขา เรื่องชอบที่สุดในหมวดสังคมอาจจะเป็นเศรษฐกิจและกฎหมาย แต่โดยรวมแล้วความไม่ชอบจากหมวดอื่นบดบังความดีไปเสียหมด


13. วิชาที่ถนัด / ไม่ถนัด
วิชาที่ถนัด ศิลปะ คหกรรม การงานอาชีพ ดนตรี
แกะสลัก ปั้น วาด ระบาย ดีด นวด หั่น ทุบ เย็บ ถัก ฯลฯ อะไรก็ได้ที่ใช้มือทำ

วิชาที่ไม่ถนัด สังคมศึกษา
 เนื้อหาอันละเอียดยิบย่อยมากมาย จำยังไงก็จำไม่หมด


14. คะแนนวิชาต่างๆในตอน ม.3
ภาษาไทย 4
ภาษาอังกฤษ 3
สังคมศึกษา 2
คณิตศาสตร์ 4
วิทยาศาสตร์
ฟิสิกส์ 2.5
เคมี 3
ชีววิทยา 3
สุขศึกษาและพลศึกษา 3.5
การงานอาชีพและเทคโนโลยี 4
ดนตรีและศิลปะ 4


16.ลักษณะคนที่จะเป็นเพื่อนได้
คุยได้ทุกคน พร้อมเป็นเพื่อนไม่มีเกี่ยง


17. ลักษณะคนที่ไม่ถูกชะตา
คน จงใจกวนประสาท อาตงไม่ชอบ เห็นแล้วเขม่น หงุดหงิดใจ เลือกเดินหนีไปจะดีกว่า แต่ถ้ายังตามมาอาตงจะโวยเป็นชุด ใช้สรรพนามเหมือนเวลาพูดกับที่บ้าน


18. เสป็กในดวงใจ
คนที่สามารถผ่านด่านของอาม่า เตี่ย ม้า และพวกเจ้ไปได้ คือแกร่ง อดทน ยอมรับคนที่บ้านและพร้อมมาช่วยงานที่บ้าน


19. สัญชาติ, เชื้อชาติ, ภาษาที่พูดได้
สัญชาติไทย เชื้อชาติไทย เชื้อสายจีน(แต้จิ๋ว)
พูดภาษาไทยเป็นหลัก อังกฤษพอไปวัดไปวา รู้แต้จิ๋วพอตอบเวลาอาม่าคุยด้วยได้


20. อื่นๆ
-ครอบครัวขนาดใหญ่
 
-นับถือศาสนาพุทธ นอกจากนั้นยังนับถือสิ่งอื่น ๆ ตามความเชื่อของคนจีน เช่น ผีซิ่ว (ปี่เซียะ) ซึ่งเชื่อว่าจะให้ร่ำรวย รวมไปถึงเทพเจ้าองค์ต่าง ๆ
 
-บ้านเป็นตึกแถวสามชั้น สองคูหา อาศัยอยู่ด้วยกันหมดยกเว้นตั่วเจ้ที่แยกไปอยู่กับสามีที่คูหาข้าง ๆ (รวมเป็นสามคูหา)

-ชั้น ล่างเปิดเป็นร้านขายอาหาร (สองคูหาแรก) ตอนกลางวันขายก๋วยเตี๋ยวกับอาหารตามสั่งทั่วไป ส่วนตอนกลางคืนเปลี่ยนเป็นขายข้าวต้มกับอาหารตามสั่งแทน นอกจากนั้นยังรับทำข้าวกล่องกับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ด้วย ส่วนชั้นอื่นเป็นห้องพัก ห้องอะไรไป
 
-อยากให้จัดเลี้ยงหรูแค่ไหนบอกได้ แต่ราคาก็อัพตามนะจ๊ะ ซึ่งส่วนมากอาตงจะได้ใช้วิชาแกะสลักก็ตอนนี้ล่ะ
 
หน้าที่ในบ้านของอาตง

วันธรรมดาหลังเลิกเรียน
กลับมาเป็นเด็กเสิร์ฟ

เสาร์-อาทิตย์ รวมถึงวันหยุด
กลางวัน เด็กเสิร์ฟ/ช่วยเตี่ยลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวเวลาลูกค้าเยอะ
เย็น เด็กเสิร์ฟ

มีออร์เดอร์จัดเลี้ยงเข้ามา
นั่งแกะสลัก งดหน้าที่อื่นชั่วคราว
 
-อาม่าพูดไทยได้ แต่ถนัดจีนแต้จิ๋วมากกว่า เตี่ยกับม้าก็พูดแต้จิ๋วได้เหมือนกัน แต่เวลาคุยกับลูกคุยเป็นภาษาไทย

- หลังจากปล่อยให้เตี่ยเป็นผู้ชายในบ้านคนเดียวมานาน พออาตงเกิดสมาชิกทุกคนต่างปลาบปลื้มใจมาก (แน่นอน...โดยเฉพาะเตี่ย) ก็ตามธรรมเนียมคนจีนทั่วไป ไม่ใช่ว่าไม่รักเจ้ ๆ หรอกนะ
 
เพราะฉะนั้นเลยถูกตั้งชื่อว่า พันปิยะ >> เป็นที่รักนับพัน
 
-สนิทกับเตี่ย  ทั้งอาม่า เตี่ยและม้าประคบประหงมเอาใจ (เจ้ก็ค่อนข้างตามใจ) พยายามขุนให้อาตงจ้ำม่ำเหมือนตอนยังเล็กไปพร้อม ๆ กับหลาน ทำนองกลัวคนอื่นว่าเลี้ยงลูกอดอยาก แต่ถึงอย่างนั้นอาตงกลับไม่ค่อยเอาแต่ใจ คนเอาแต่ใจดันเป็นซาเจ้กับสี่เจ้แทน
 
-อาตงมีมอเตอร์ไซค์เป็นของตัวเอง ขี่มาโรงเรียนทุกวัน เตี่ยซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด บอกนั่งรถเมล์มันนานเดี๋ยวกลับมาช่วยงานที่บ้านไม่ทัน (ซึ่งเป็นความจริงแค่ส่วนเดียว อีกส่วนคือเตี่ยอยากซื้อเอาใจลูกชาย)
 
-ซาเจ้กับสี่เจ้เป็นแฝดกัน อายุค่อนข้างใกล้เคียงกับอาตงเลยเป็นเพื่อนกันได้ ส่วนตั่วเจ้กับหยี่เจ้นี่ห่างกับอาตงมาก อาตงเลยค่อนข้างเกรงไม่ใช่น้อย

-ร้านเปิดตั้งแต่ 08.00 - 24.00 น. พักตอน 15.00 น. เริ่มขายข้าวต้มตั้งแต่ 18.00 น.เป็นต้นไป (ใช้ลูกจ้างไปทำไว้ล่วงหน้าแล้ว)
 
-เริ่มมีความคิดวุ่นวายเกี่ยวกับเรื่องอ่านหนังสือ การสอบ และการเข้าเรียนต่อในระดับอุดมศึกษา แสดงออกด้วยการจู่ ๆ ก็เปรยขึ้นมา คล้ายเล่าให้ฟัง หรือขอความเห็นจากผู้อื่น
 
------------------------------------------------------------------------------
 
 
ข้อมูลเกี่ยวกับเหตุการณ์หลังจากเข้าโรงเรียน จะเพิ่มเติมต่อไปในส่วนของ Sub db2.1 ต่อไปค่ะ


Comment

Comment:

Tweet