[CS] MS : พบ/พาล (จบ)

posted on 30 Oct 2011 13:38 by 376sec in MAIN-STORY

 
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์*
 
 
 
 

 

[CS] MS : พบ/พาล (จบ)
[ตัวละคร - รุ่นสาม : นภัสกร (นิน), รุ่นสี่ : พันปิยะ (ตง)]
[ระยะเวลา - พุธ 29 มิถุนายน 2554]
ต่อเนื่องจาก : พบ/พาล (1)
 
 
 
 
 
 

    หลังจากหล่อนจัดการหว่านล้อมรุ่นน้องด้วยการแสดงฝีมือนิด ๆ หน่อย ๆ ให้เขาประจักษ์เป็นขวัญตา ไม่ว่าอะไรก็ดูจะง่ายไปเสียหมด เริ่มตั้งแต่การเหวี่ยงรุ่นน้องเบา ๆ ด้วยกำลังเพียงเศษเสี้ยวจนอีกฝ่ายถึงกับยอมเจี๋ยมเจี้ยมเจียมตัวไป พอตามไปจนถึงลานจอดรถก็พบว่าอีกฝ่ายมีรถจักรยานยนต์ตามคาด


    ในวันหนึ่งที่หล่อนมาโรงเรียนเร็วกว่าที่เคย หล่อนมีโอกาสได้เห็นแวบ ๆ ว่ามีเด็กหนุ่มรุ่นน้องขี่จักรยานยนต์มาโรงเรียน ที่รู้ว่าเป็นรุ่นน้องก็เพราะไม่ค่อยคุ้นหน้าคุ้นตาเท่าไหร่ มารู้จักลักษณะท่าทางภายนอกของเขาเอาจริง ๆ ก็ตอนที่ได้ยินเรื่องของเขาจากปากของอลิสาและนนทกรเพื่อนร่วมห้องถึงวันที่สอบสัมภาษณ์ นภัสกรดีใจจนแทบเนื้อเต้นยามนนทกรบอกว่าที่บ้านของรุ่นน้องชายคนนี้เป็นร้านอาหาร ทว่านั่นก็ไม่ใช่สาระสำคัญอะไรนักเมื่อเทียบกับเรื่องอื่น


    เด็กผู้ชายตัวผอม ๆ สวมแว่น เจ้าของจักรยานยนต์คันนั้นคือพันปิยะนี่เอง หล่อนพอจะรู้ลักษณะนิสัยคร่าว ๆ ของเขาจากคำของสองคนนั้นมาบ้าง กล่าวได้ว่าหล่อนเองก็รู้จักเขาอยู่ข้างเดียว ความจริงก็ไม่เคยคิดจะข้องเกี่ยวหากไม่มีเหตุจำเป็น แต่ในเมื่อมีเหตุจำเป็นขึ้นมามันก็ช่วยไม่ได้ที่จะต้องทำความรู้จักกัน


    หล่อนขอเป็นเพื่อนร่วมทางของเขา ขอให้เขาช่วยเป็นสารถีพาหล่อนไปส่งที่ ๆ หล่อนอยากจะไปให้หน่อย ทีแรกเจ้าเด็กแว่นหงุดหงิด ทำท่าจะขยับปากประท้วง หล่อนจึงล้อขำ ๆ ว่าถ้าเขาไม่ทำตามที่หล่อนต้องการ หล่อนจะเอาเหรียญบาทขูดรถสุดรักสุดหวงของเขาให้ยับ


    ถึงจะกล่าวออกไปอย่างไม่จริงจังอะไร แต่ท่าทางตื่น ๆ ปนหวาดระแวงของเขาทำให้นภัสกรมีความสุข รับหมวกกันน็อคมาอย่างชื่นอกชื่นใจ ในขณะที่พันปิยะออกอาการหัวเสีย ทว่าไม่ปริปากอะไรออกมาสักคำ เพียงแต่ถามอย่างพยายามเก็บอารมณ์ว่าจะให้ไปส่งที่ไหน หล่อนจึงบอกเขาไปตามตรง


    นภัสกรนึกสงสารเขาขึ้นมานิดหน่อย.. ฟังดูเป็นรุ่นพี่ที่ดีขึ้นมาครามครัน แต่มันก็เป็นแค่ความรู้สึก หากใครอ่านใจหล่อนได้ คงจะรู้ว่าคำว่า ‘สงสาร’ ของหล่อนช่างแตกต่างจากความหมายในพจนานุกรมมากนัก หากอยากรู้ถึงสาเหตุที่หล่อนเข้ามาวุ่นวายกับเขาก็ไม่ยาก ...ก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไร หล่อนมาขอพึ่งเขาก็เพียงเพราะจะได้ประหยัดค่ารถเท่านั้นเอง




    เพราะเป็นช่วงเย็นแล้ว ในร้านจึงมีคนมากกว่าช่วงเวลาก่อนหน้า เด็กในชุดนักเรียน คนที่อยู่ในชุดนักศึกษา รวมถึงผู้ใหญ่วัยทำงานยืนประปรายอยู่ภายในร้าน คอยดูสินค้าบนชั้นวางหรือภายในตู้ สิ่งหนึ่งที่สังเกตได้คือไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ดูเหมือนว่าจะมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น มีเพียงนภัสกรที่เป็นมนุษย์เพศหญิงคนเดียว หล่อนทำหน้าตื่นตาตื่นใจราวกับหลุดเข้ามาในดินแดนมหัศจรรย์ทั้งที่มาร้านนี้จนนับไม่ถ้วน ปราดเข้าไปทักทายบุคคลหนึ่งในร้านอย่างคุ้นเคย


    “..พี่เอค้าาา~~♥”


    พอหล่อนห่างออกไปเขาก็รู้สึกเหมือนถูกปล่อยเกาะทิ้งให้เคว้งอยู่คนเดียว สถานที่นี้ดูแปลกตา เปรียบเทียบแล้วก็เหมือนเป็นอีกโลกหนึ่งที่ไม่ใช่โลกของเขา หากเป็นยามปกติเขาคงเดินผ่านไปเสียเฉย ๆ  หากไม่ติดคำขาดที่ว่าหล่อนห้ามเขาหนีแล้วล่ะก็ ป่านนี้พันปิยะคงแจ้นไปถึงไหนต่อไหน เด็กหนุ่มตัดสินใจเดินดูรอบ ๆ ระหว่างปล่อยให้ทั้งคู่คุยกันอย่างออกรส


    ตัวละครในการ์ตูนหลายเรื่องที่เขาไม่รู้จักถูกปั้นแต่งออกมาจนสามารถจับต้องด้วยสองมือได้ มีมากมายจนละลานตา แต่ละตัวรายละเอียดถี่ยิบจนอดทึ่งไม่ได้ เริ่มตั้งแต่ขนาดเท่าฝ่ามือไปจนถึงขนาดเท่าคนจริงซึ่งมีอยู่ไม่กี่ตัว พอเห็นราคาก็แทบช็อคกับจำนวนหลักของตัวเลข ชวนให้สงสัยว่าใครมันจะเจ้าบุญทุ่มและใจป้ำพอจะแบกกลับบ้านกันนะ


    “หืมม.. ที่แท้น้องตงก็ชอบแบบนี้นี่เอง ไม่เคยคิดมาก่อนเลยแฮะ”


    เสียงใสดังมาจากด้านหลัง นภัสกรแย้มยิ้ม มือหนึ่งหิ้วถุงพลาสติกใบโต ส่วนอีกมือชี้ชวนไปตามชั้นตู้


    “ชอบผู้หญิงอกบึ้ม ๆ เซ้กก~~ซี่~~ แบบนี้เหรอเนี่ย แอบหื่นไม่เบาเลยน้า..~”


    รุ่นน้องหันหน้าออกจากชั้นที่ตนกำลังจับจ้อง สายตามองตามปลายนิ้วหล่อนไปก็พบว่าเป็นหุ่นฟิกเกอร์สาวสวยทรงโตในบิกินีสีขาวตัวจิ๋วที่รัดรึงขับเน้นส่วนสัด พันปิยะอ้าปากค้าง กระเด้งตัวออกจากตู้ราวโดนไฟดูด ส่ายศีรษะปฏิเสธข้อกล่าวหาเป็นพัลวัน


    “พี่อย่ามาพูดมั่ว ๆ กันอย่างนี้สิ”


    “อ๋อ งั้นน้องตงก็ชอบแบบนี้สินะ”


    ชี้ไปยังหุ่นอีกตัว เป็นสาวผมแกละสองข้างในบิกินี่ตัวจ้อยอีกเช่นกัน ต่างกันตรงที่ว่าจากอกที่เคยมีขนาดมโหฬารลดเหลือเพียงนูนขึ้นมาเล็ก ๆ อย่างสาวน้อยวัยแรกแย้ม ตรงส่วนที่ลงสีเป็นผืนผ้าบนตัวช่างก็น้อยนิดราวกับเอาเศษผ้ามาปิดไว้



    นี่หล่อนชี้ให้เขาดูอะไรเนี่ยย!


    ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งอั้วจะตีให้ตายเลย!!



    พันปิยะหน้าร้อนวาบ ไม่ได้เป็นเพราะเหล่าฟิกเกอร์สาว ๆ ในชุดล่อแหลมแต่อย่างใด ไม่สิ.. ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากหุ่นพวกนี้นี่ล่ะ แต่จะไม่เขินไม่อายอะไรเลยถ้าหล่อนซึ่งเป็นผู้หญิงจะไม่ได้มาชี้ชวนให้ดูพร้อมกับบรรยายเป็นฉาก ๆ จนเขายังยอม


    “นี่ หรือว่าชอบแบบนี้  อื้อหือ..ชั้นในลูกไม้ก็ไม่เลวน้า~ โพสท่าแบบนี้เห็นแล้วรับรองว่าใจต้องละลายแน่ ๆ เลยล่ะ ลองคิดดูว่ามีคนที่เราชอบมาโพสให้ดูต่อหน้าซี่~”


    “พอเถอะพี่นิน!” พันปิยะร้อง พยายามดึงให้หล่อนวกออกจากเรื่องทำนองนี้เสียที เอ่ยเตือนความจำถึงเรื่องที่หล่อนบอกเขามาตลอดทาง แน่นอนว่ารวมถึงการแนะนำตัวด้วย “แล้วนี่เอาของเรียบร้อยแล้วเหรอ?”


    “เรียบร้อย พอดีอีกตัวนึงคนที่จองไว้ไม่มาเอาล่ะ ก็เลยเอาเองซะเลย!” นภัสกรชื่นมื่น ชูนิ้วโป้งให้ “ล้ำค่าสุด ๆ  นี่พี่ยอมอดอยากปากแห้งมานานก็เพื่อการนี้แหละ!”


    ว่าแล้วก็ก้มลงแง้มถุงดู หัวเราะคิกคักอย่างถูกใจพอเห็นของข้างใน ตอนนี้หล่อนสุขสุด ๆ สุขจนแทบจะลอยไปยังห้วงอวกาศ


    “งั้นถ้าเสร็จแล้วก็ออกไปกันเถอะ ผมจะได้กลับบ้าน”


    เขาจับแขนหล่อนไว้ยามเห็นหล่อนส่งสายตาวิบวับให้โมเดลตัวอื่น ๆ ที่หล่อนตรึงใจ นภัสกรไม่ทันได้ควักกระเป๋าสตางค์ก็ถูกลากออกมาเสียก่อน จึงต้องจำโบกมือลาพี่เจ้าของร้านอย่างช่วยไม่ได้


    “น้องตงจ๋า..”


    “อะไรพี่?”


    “พี่หิวอะ เราไปหาอะไรกินกันเถอะ”


    “ผมอยากกลับบ้าน”


    “แต่พี่ยังไม่อยากให้น้องตงกลับนี่”


    รุ่นน้องวิงวอน “พี่ปล่อยผมไปเหอะ”


    “เดี๋ยวปล่อยแน่ ๆ จ้ะ แต่ว่าตอนนี้เราไปหาอะไรกินกันก่อนเถอะนะ.. นะ..น้า~♥”


    มองหน้าหล่อนก็รู้ว่านั่นไม่ใช่คำขอร้องแต่เป็นคำสั่ง พันปิยะจึงได้หยุดลาก


    “แล้วพี่นินอยากกินอะไร?”


    “บุฟเฟ่ต์!” ว่าแล้วก็ตามด้วยเสียงโครกครากดังสนั่น เรียกให้สายตาของคนที่อยู่ในบริเวณมารวมกับเป็นตาเดียว หล่อนลูบท้องตัวเอง ไม่ยี่หระต่อแวดล้อม


    “ทีนี้เชื่อรึยังว่าพี่หิวจริงน่ะ~♥”




    ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมตนจะต้องมานั่งเฝ้านภัสกรที่กำลังซัดอาหารเข้าปากเยี่ยงพายุทอร์นาโดก็ตามที แต่ก็ต้องยอมรับว่าความเร็วในการกินของหล่อนและความจุกระเพาะอาหารของหล่อนช่างใหญ่โตราวกับพระเจ้าประทานมาให้ เห็นร่างเล็ก ๆ ใกล้เคียงกันอย่างนี้ แต่หล่อนกลับกินได้มากกว่าเขาสักร้อยเท่าได้ พันปิยะได้แต่นั่งตาค้าง ปล่อยลูกชิ้นบนตะเกียบร่วงลงชามดังจ๋อม


    พอมาถึงหล่อนก็ตักเอา ๆ วิ่งปรู๊ดปร๊าดไปตักนู่นที ตักนี่ที เสร็จแล้วก็โยนทุกอย่างที่ตักมาลงในหม้อโครมเดียวจบ ปล่อยให้จานเปล่ากองพะเนินจนเป็นหอคอยย่อม ๆ


    กำลังจะถามว่าหล่อนบ้าหรือเปล่า หากกินไม่หมดมีหวังโดนปรับอาน แต่พอเห็นความสามารถแล้วก็ได้แต่ยอมรับในใจ ..เจ้ใช่คนหรือเปล่าวะเนี่ย!


    สำหรับร้านอาหารชนิดคิดราคาเป็นจานเดี่ยว หล่อนคือลูกค้าชั้นเลิศที่ไม่ว่าใครต่างก็โหยหา ..ใช่แล้ว เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น พันปิยะอยากชักจูงหล่อนให้ไปเยี่ยมเยียนที่ร้านเหลือเกิน


    แต่หากเป็นร้านอาหารชนิดบุฟเฟ่ต์ที่คิดราคาแบบเหมาจ่ายแล้ว หล่อนคือปีศาจร้ายที่นรกส่งมาเพื่อทำลายกิจการให้ราบเรียบยิ่งเสียกว่าหน้ากลอง นอกจากจะถล่มยับแล้วยังมิวายเอารถแทรกเตอร์มาเหยียบซ้ำให้เละเสียยิ่งกว่าเละ เอาให้มันพินาศบรรลัย!


    หนุ่มน้อยได้แต่นั่งตัวสั่นสะท้านกับสายตาทิ่มแทงจากพนักงานภายในร้าน แค่นภัสกรเพียงคนเดียวก็แทบทำให้ลูกค้าคนอื่นไม่มีอะไรตกถึงท้อง ในเมื่อเจ้าหล่อนเล่นกวาดวัตถุดิบทุกสิ่งทุกอย่างที่มีมาเสียหมด


    “อร่อยยยยย~~♥” รุ่นพี่สาวว่าเสียงอู้อี้ สวาปามของภายในหม้อซึ่งแปรสภาพเป็นอะไรสักอย่างอัดแน่นรวมกันเป็นกลุ่ม ๆ


    “น้องตงมัวนั่งนิ่งอยู่ทำไมล่า ..รีบกินเข้าซี่”


    พันปิยะยื่นตะเกียบไปเขี่ย ๆ คีบได้อะไรสักอย่างที่ขยายตัวจนน่ากลัว ยังไม่ทันได้ยกพ้นออกมาจากรัศมีหม้อก็เละร่วงแผละคืนสู่ที่เก่า ดูจากสภาพแล้วคงเป็นวุ้นเส้น บุก หรือบะหมี่กันนะ? ว่าแล้วก็ตอบคำถามตัวเองไม่ได้ ในเมื่อทุกอย่างล้วนเปลี่ยนเป็นสีเขียวอมเหลืองปนขาวด้วยฤทธิ์บะหมี่สองขนาน กระจายด้วยจุดกระด่างกระดำลอยฟ่องของสาหร่าย มีลูกชิ้นบวมอืดลอยเท้งเต้งประดับประดาอย่างสวยงาม นี่ยังไม่นับรสชาติที่ไม่อาจคาดคิดอีก


    ลูกเจ้าของร้านอาหารอย่างเขาได้แต่พรั่นพรึง



    ..ความอร่อยในการกินมันอยู่ตรงไหนกันหา!



    “พี่กินเหอะ.. ไม่ต้องเหลือมาถึงผมก็ได้ เอ่อ.. คือผมไม่ค่อยหิวน่ะ”


    ถึงเงินในส่วนของตัวเองจะต้องโบยบินออกจากกระเป๋าไป พันปิยะก็ได้แต่กัดฟันจำยอม อย่างน้อยก็ดีกว่าให้กินอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการระคาย(และทำลาย)สมรรถภาพของต่อมรับรสตนเอง


    “...งั้นพี่ไม่เกรงใจล่ะนะ!”


    ว่าอย่างปลาบปลื้มแล้วโซ้ยทุกอย่างหายวับไปในพริบตา เด็กสาวกวาดตะกร้อลวกตักสรรพสิ่งในหม้อลงชามตัวเองใหม่ ปล่อยให้รุ่นน้องลุกขึ้นไปตักของหวานและอาหารอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นต้องนำลงหม้อมากินอย่างแกน ๆ




    นภัสกรลูบท้องตัวเองแปะ ๆ ด้วยความรู้สึกอันแตกต่างจากตอนก่อนกินอย่างสิ้นเชิง เด็กสาวรู้สึกสำราญใจและกายอย่างยิ่ง หม้อต้มที่เคยแน่นขนัดไปด้วยเครื่องนานาชนิด บัดนี้ว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่น้ำซุปสักหยด สิ่งที่บ่งบอกว่าผ่านการใช้งานมาคงเป็นซากอารยธรรมเล็กน้อย ๆ อย่างซากผักบุ้งและไข่ที่เจ้าตัวประโคมลงไปราวกับอดอยากมานานแสนนาน


    หยิบกระเป๋าสตางค์สีแดงร้อนแรงขึ้นมาไว้ในมือ พอเปิดประเป๋าก็ได้แต่ยิ้มหวานเคลิ้มกับรูปภาพของโซล แบดกาย* ตัวเอกในเกมต่อสู้ที่หล่อนชอบนักชอบหนา เป็นภาพที่หล่อนบรรจงเลือกสรรปริ๊นท์ออกมาจากคอมพิวเตอร์และเคลือบไว้อย่างดี


    นิ้วมือสอดเข้าที่ช่องธนบัตร แง้มดู


    “อุ่...”



    แย่แล้ว ..แย่สุด ๆ เลย



    ดวงตากลมโตปรากฏร่องรอยว้าวุ่นใจขึ้นมาแวบหนึ่ง ก่อนจะแทนที่ด้วยความเริงร่าอย่างที่เป็น มือเล็กแตะเข้าที่ถุงพลาสติกหนา ลูบเบา ๆ อย่างถนอม ฟิกม่าดาเตะ มาซามูเนะ** และซานาดะ ยูคิมูระ*** จากบาซาระกำลังนอนสงบนิ่งอยู่ข้างใน พ่วงด้วยเนนโดรอยด์หน้าตาจิ้มลิ้มของดาเตะ มาซามูเนะเช่นเดียวกันที่สู้อุตส่าห์ได้มาเพราะหลุดจอง


    คิดไปคิดมาอย่างถี่ถ้วน หล่อนยอมอดอยากและทุ่มเทเงินเก็บทั้งหมดก็เพื่อการนี้ แต่ชีวิตมันก็ย่อมมีเรื่องที่อยู่นอกเหนือการคาดหมายเสมอ



    ..ไม่มีตังค์จ่ายค่าอาหารอ้ะ!



    นภัสกรจะทำยังไงดี จะยอมเอาเน็นโดรอยด์ออกไปคืนให้พี่เอเจ้าของร้านดีไหมนะ



    ...



    ไม่..ไม่..ไม่มีทาง!



    หากหล่อนเอาไปคืน แม้พี่เอจะรับคืนก็จริง แต่หล่อนอาจจะต้องเสียใจไปชั่วชีวิตที่คิดผิดเช่นนั้น


    ทุกครั้งที่หล่อนเหลียวมองฟิกม่าของวีรบุรุษหนุ่มทั้งสองคน ความรู้สึกอ้างว้างสิ้นดีต้องเข้าทับถมเพราะหนุ่ม ๆ ทั้งคู่ต้องขาดสหายร่วมชั้นตู้กระจกอีกคนไปแน่


    นภัสกรจ้องมองรุ่นน้องที่กำลังทำหน้าตาบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ เอ่ยเสียงหวาน


    “น้องตงจ๋า..”


    คำเรียกขานเข้าอีหรอบเดิม


    “..อะไรพี่?”


    “คือว่า..ช่วยอะไรพี่นิดนึงได้ม้า~?”


    เด็กแว่นเงยหน้าขึ้น หล่อนเห็นแววเคลือบแคลงอาบอยู่บนดวงตาหลังแว่นเหลี่ยม เพราะเขาไม่พูดอะไร หล่อนจึงรุกบอกวัตถุประสงค์ออกไป


    “แบบว่า.. พี่ไม่มีตังค์จ่ายอะ น้องตงออกตังค์ให้พี่ก่อนได้-- ; [ ] ;”


    “อย่าแม้แต่จะหวังเลยพี่นิน!” ไม่ทันฟังจนจบ ก็พูดสวนขึ้นมาทันควัน


    “ที่ผมต้องมานั่งกินข้าวกับพี่ ต้องไปไหนมาไหนโดยไม่ได้เต็มใจนี่มันยังไม่พออีกเรอะ!!”


    “แหม.. อย่าใจร้ายกันนักซี่”


    “ผมไม่ได้ใจร้าย” พันปิยะปฏิเสธหนักแน่น “ถ้าพี่เดือดร้อนจริง ผมให้ยืมอยู่แล้ว ..ไม่ว่ากัน” ทันใดก็ยกนิ้วชี้ไปยังถุงของรักเลอค่าของหล่อน “ของเล่นพี่มันก็ไม่ใช่ถูก ๆ  แต่ในเมื่อพี่เงินซื้อของพวกนั้นได้ ทำไมพี่จะไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวให้ตัวเองบ้าง”


    “ก็เพราะซื้อจนหมดตัวแล้วไงล่ะ ; 3 ;” รุ่นพี่สาวยื่นกระเป๋าสตางค์ทิ่มพรวดจนเกือบจะกระแทกหน้าอีกฝ่าย ทั้งล้วงทั้งแงะทุกซอกของกระเป๋าให้รุ่นน้องดู “เกลี้ยงเลย ..ไม่มีสักกะบาท อ๊ะ.. ตรงนี้มีอยู่สิบบาทแฮะ”


    เด็กหนุ่มถอนหายใจเฮือก ลุกขึ้นไปชำระเงิน มีนภัสกรตามติดวนเวียนอยู่ไม่ห่าง สองมือกอดถุงสัมภาระไว้แน่นหนึบ


    “นะ นะ นะ นะ นะ นะ นะ นะ--”


    “พอเหอะพี่ ผมเข้าใจแล้ว จะยอมออกให้ก่อนก็ได้”


    “อย่างนี้สิถึงจะเป็นเด็กดีน่ารัก ♥”


    เจ้าหล่อนชมเปาะ ไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวกับสีหน้าเอือมระอาปนหงุดหงิดใจของรุ่นน้องเอาเสียเลย พันปิยะจำใจจ่ายค่าอาหารสำหรับสองคน แล้วเอื้อมรับเงินทอนมาโดยไม่ลืมที่จะตรวจนับอย่างถี่ถ้วน



    “พี่จะคืนเงินให้ผมได้เมื่อไหร่?”


    ถามด้วยน้ำเสียงคาดคั้นหมายเอาคำตอบหลังจากก้าวออกมาจากห้างสรรพสินค้าที่เข้าไปใช้เวลาอยู่นานสองนาน มุ่งหน้าไปยังที่จอดรถจักรยานยนต์


    คนถูกถามเอียงคอ “เอ.. ก็อีกสักสองอาทิตย์ได้ป้ะล่าา~~”


    “สองอาทิตย์นะ” เด็กหนุ่มกล่าวสำทับ “..แน่นะ?”


    “สาบานด้วยเกียรติของเนตรนารีเลยล่ะ!”


    “..ดีครับ”


    “อื้อ!”


    นภัสกรพยักหน้าหงึก ๆ ส่งยิ้มเจิดจ้าให้ ก่อนจะรั้งชายเสื้อนักเรียนของเขาไว้ กำแน่น


    “นี่.. น้องตง พี่มีเรื่องขอให้ช่วยอีกเรื่องนึงแหละ..”


    พันปิยะหันมองผ่านหมวกกันน็อค พบว่ารอยยิ้มนั้นยิ่งส่องประกายจนแสบตา


    “คือกลับไปส่งพี่ที่โรงเรียนหน่อยนะ พี่ไม่มีตังค์จ่ายค่ารถเมล์แล้ว ♥”


.


.


.


.


.


ท่ามกลางความอึดอัด ความขมขื่น และความหวานจนแทบล้นทะลักระหว่างอยู่บนรถของตน


พันปิยะพบว่าแม่รุ่นพี่สาวนภัสกรคนนี้สมควรถูกจับอบรมวิธีการวางแผนการใช้เงินอย่างเร่งด่วน!
 
 
 


 


 
 
 

+++++++++++++++++++++++++++




    *โซล แบดกาย (Sol Badguy)

    ตัวละครจากซีรี่ย์เกมต่อสู้อย่างกิลตี้เกียร์ (Guilty Gear) พ่อหนุ่มนี่จัดได้ว่าเป็นตัวละครเอก คู่ปรับกับหนุ่มตัวละครเอกอีกตัวผู้แสนจะตรงข้ามกันอย่างไค คิสเค่ (Ky Kiske) //หรือคิดเคะฟะ *โดนตรบ*

    โซลเป็นพ่อหนุ่มผมยาวธีมแดงร้อนแรงส์สุด ๆ แต่อย่างไรเสีย ผปค.คนนี้ก็ชอบอันจิมากฝ่า


    **ดาเตะ มาซามูเนะ (Date Masamune)

    ตัวละครจากเกม อนิเม หรือมังงะ จากเรื่องสมรภูมิเดือดบาซาระ (Sengoku Basara) เรียกสั้น ๆ ว่าบาซาระ ..ก็จำไม่ได้ว่าอะไรมันออกมาก่อน

    มาซามูเนะเป็นพ่อหนุ่มนักรบตาเดียวหกดาบผู้มาในธีมสีน้ำเงิน ชอบพูดลงท้ายญี่ปุ่นคำอังกฤษคำ วลีที่ผปค.จำได้คือ “..You See!” และ “Oh Yeah~~!”


    ***ซานาดะ ยูคิมูระ (Sanada Yukimura)

    ตัวละครจากอนิเม เกม หรือการ์ตูนจากเรื่องสมรภูมิเดือดบาซาระ (Sengoku Basara) เช่นเดียวกัน จัดได้ว่าเป็นคู่ปรับกับพ่อหนุ่มตาเดียวหากยึดตามท้องเรื่องในเกม เป็นอีกคนที่มาในธีมแดง อาวุธที่ใช้คือหอกคู่



    //หากจิ้มที่ชื่อก็จะพาไปดูรูปจ้ะ




สรุป

- รุ่นพี่สาวคือนิน นภัสกร วิฬาร์ธานินทร์

- ตงถูกนินบังคับอย่างน่ารักว่าไปส่งห้างหน่อย เธอจะไปเอาของ ซึ่งก็คือฟิกม่าที่สั่งไว้

- ก็ได้แนะนำตัวกันระหว่างทางนั่นแล

- ไปถึงร้าน เอาของ ได้เนนโดรอยด์มาเป็นผลพลอยได้ แล้วก็แกล้งแซวตงนิดหน่อย

- ชีหิว ลากตงไปกินบุฟเฟ่ต์ และในที่สุดนินก็ได้แสดงสกิลในการกินให้ตงเห็นเป็นขวัญตา

- อนินจา.. เอาตังค์ไปซื้อของจนหมดตัว ไม่มีตังค์จ่ายค่าอาหาร ตงเลยจำยอมจ่ายให้

- ตงถามว่าจะคืนตังค์ได้เมื่อไหร่ นินตอบว่าอีกสองอาทิตย์ (ประมาณกลางเดือนกรกฎาคม)

- สุดท้ายก็ต้องไปส่งนินที่โรงเรียนอีก โดยปกติบ้านนินก็อยู่ใกล้ ๆ โรงเรียน ตอนมาแม่มาส่ง ตอนกลับ ชีเดินกลับบ้านเอง

- ความจริงแล้วตั้งใจให้ชื่อเรื่องพ้องเสียงกับคำว่า ‘พบพาน’

- ถึงจะช้าไปสักหน่อย ยังไงก็.. หลังจากกลางกรกฎาคม ถ้าเจ้นินยังไม่คืนตังค์ อาตี๋ก็บุกทวงถึงห้อง ม.5/1 แน่ค่ะ ฮ่า ๆ




ศัพท์

ฟิกเกอร์ – แบบจำลองคาร์แรคเตอร์จากการ์ตูน เกม หนัง มักทำจากพลาสติก PVC ลงสีมาให้เรียบร้อยแล้วและประกอบมาให้เรียบร้อยแล้ว

ฟิกม่า – เป็นหนึ่งในฟิกเกอร์ แต่จะมีพวกข้อต่อตามแขนขาอะไรมาให้ขยับเล่นได้ด้วย ทำให้สามารถจับโพสท่าได้ ต่างจากฟิกเกอร์ที่เน้นไว้ตั้งโชว์เฉย ๆ มีอะไหล่อย่างมืออย่างอะไรมาให้เปลี่ยน

เนนโดรอยด์ – เป็นหนึ่งในฟิกเกอร์เช่นกัน แต่จะมีขนาดย่อส่วนลงมา เรียกได้ว่าเป็นขนาด SD มีหน้าตาน่ารักตรึงใจ บางทีก็มีอะไหล่มาให้เปลี่ยนหน้าตาแสดงอารมณ์ต่าง ๆ ได้


ยังมีชื่อเรียกบรรดาหุ่นพวกนี้อีกมากมาย แยกกันไปเป็นซับเซตย่อย ๆ แต่พูดถึงแค่สามอย่างจึงยกมาเพียงเท่านี้ ยังไงทุกอย่างล้วนแล้วแต่อยู่ในจักรวาลของโมเดลทั้งสิ้น

อาจจะให้คำนิยามผิดพลาดไป ยังไงถ้าผู้รู้จริงผ่านมาก็ทักได้เลยนะคะ




รูป

ฟิกเกอร์ที่นินชี้ชวนให้ตงดู บิกินี่ขาว / บิกินี่ดำ

เนนโดรอยด์มาซามูเนะที่นินยอมสอยมา จิ้ม

ส่วนฟิกม่า เดี๋ยวไปถ่ายของแม่นินมา //ไม่ใช่และ





Comment

Comment:

Tweet

พลาดไปแล้ว..แต่ไม่เป็นไรนะ /ตบบ่า

ไหนๆก็ไหนๆ เรื่องมันเลยเถิดขนาดนี้ ก็รับผิดชอบพี่เขาไปเถอะ(หะ?)

#6 By น้ำน่าน on 2011-12-05 12:28

>>พันปิยะหน้าร้อนวาบ ไม่ได้เป็นเพราะเหล่าฟิกเกอร์สาว ๆ ในชุดล่อแหลมแต่อย่างใด ไม่สิ.. ยอมรับว่าส่วนหนึ่งมาจากหุ่นพวกนี้นี่ล่ะ แต่จะไม่เขินไม่อายอะไรเลยถ้าหล่อนซึ่งเป็นผู้หญิงจะไม่ได้มาชี้ชวนให้ดู พร้อมกับบรรยายเป็นฉาก ๆ จนเขายังยอม

แล้วถ้าเป็นหนุ่มเรื้อนชี้ให้ดู เธอจะไม่อายเหรอจ๊ะพันปิยะquestion ว่าแต่หล่อนชอบแบบไหนล่ะ ดุ้มใหญ่หรืออันจิ๋ว

นึกภาพหม้ออาหารของนินแล้วเหงื่อตก บร๊ะเจ้า หล่อนช่างกระเพาะเหล็กยิ่งนัก

ตงเอ้ย ลื่อพลาดแล้ว ลื่อนี่ช่างเป็นเีบี้ยล่างของคนรอบข้างยิ่งนัก ก๊ากกกกกกกกก

อนึ่ง เพราะถูกขู่จะทำกับรถสุดที่รักสินะ เคร้ๆ

ฉันว่าทวงให้ตายเจ้าหล่อนก็ไม่คืนเงินเต๊อะ

#5 By Fern-CS#4 on 2011-10-31 20:19

แวร้ย~~ พันปิยะจ๋า ดิฉันแนะนำให้เธอไปแต่งงานกับพี่นินซะนะจ๊ะ

ขาดเธอไปชีวิตพี่นินคงไม่มีใครคอยช่วยเหลือ(//โดนตรบกลิ้ง)

แหม่... ชอบตอนที่นั่งบรรยายฟิกเกอร์ม้ากมาก XD แบบว่าดูเห็นรสนิยมสาวของตงวี่ลอยออกมาเป็นฉากๆกันทีเดียว~ ชอบลูกไม้กับสาวโมเอะก็ไม่บอกกันเนอะ~~

ดูพันปิยะช่างเป็นหนุ่มแสนดี~ จะจีบเค้าก็เลยช่วยดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่ขับไปรับขับไปส่ง(?) เลี้ยงข้าว เดินซื้อของเลือกของ(สาวฟิกม่า?)เป็นเพื่อน
(//รู้สึกเหมือนพิมจะเดินมาเตะกระเด็น//เวฟเลยปิดประเด็นแบบเงียบๆ//ฮะ?)

รู้สึกว่าข้อมูลพิมมี่ช่างแน่นจ้ะ~ มีบอกด้วยว่าท่านดาเตะเป็นใคร(//สะดุดต๊าสะดุดตา ไม่เอารูปลงเลยล่ะจ้ะเธอจ๋า เวฟจะได้ไม่ต้องจิ้มไปกรี๊ด//ว้อท!!?//แหม่... เนนดรอยด์มันโมเอ๊จริงๆนะเธอ~)

แต่พอเห็นรูปบิกินี่ขาวเท่านั้น... อีเวฟก็ถึงกับช็อค พิมมี่จ๋า เธอไปหามาจากไหน สัดส่วนหน้าอกหน้าใจมันช่างใหญ่จนฟิกเกอร์ไม่น่าจะยืนได้กันทีเดียว~

(//ไหงฉันเม้นท์ได้ยาวจัง lllOrz)

แต่ขอแถมอีกนิด... ตงวี่... เธอคิดว่าเธอจะไปทวงเงินพี่นินแล้วจะได้คืนจริงๆเหรอ ในเมื่อพี่แกมีตังค์เหลือแค่สิบบาท แถมเนนดรอยด์มันออกรุ่นใหม่บ่อยด้วยนะจ๊ะ อุฮิ(//วิ่งหนีในเร็วพลัน)

#4 By ~Mora-CS4~ on 2011-10-31 04:28

โอ๊ยย หลงรักคู่นี้ไปแล้วว ไม่สนใจจะดันจริงๆ เหรอจ๊ะ เท้ออออ

อ๊ะ...อาตี๋น้อยวิ่งหนีหายไปแล้วอ้ะ!!!

โถๆๆ ไม่ทันไรก็หลงบ่วงเสน่ห์สาวก่าเสียจนตามเทียวรับเทียวส่งบริการ แถมยังเลี้ยงอาหารเจ้าหล่อนเชียวเหรอพ่อคุณณ ลงทุนลงแรงมากๆ ลูกสาวพี่ยังไม่เคยเจอจีบครบสูตรแบบนี้เลยนะ ฮ่าๆๆๆ

*รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงใครบางคนเอาหัวโขกผนังคอนกรีต*

สปอร์ตไปเลย ตงเอ๊ย เลี้ยง อย่าไปทวงหนี้เลย (เพราะป้าว่าน่าจะ NPL เป็นแน่แท้) ฤาถ้าหากเจ้าจะสปิริตตามไปทวงถึงบ้านละก็.... open-mounthed smile



แลดูจะมีจบแค่ทวงเงิน ก๊ากกกกกกกกกกกก

(มีวี่แววว่าจะถูกเรียกบริการดุจสารถีเป็นแน่แท้)

ปล. ธ่อเอ๊ยตงจ๋า...สเป๊กสาวชอบแบบนั้นเองสินะ

#3 By *Alyssa* on 2011-10-30 19:59

น้องตงช่างเป็นหนุ่มทรงพลังปั่นจักรยานพานินไปซื้อของ กินข้าว และยังพากลับมา รร.อีก สุดยอดมาก ตอนแรกอ่านแล้วยังไม่เข้าถึงของเล่นชนิดนี้เท่าไหร่ แต่เคยเห็นผ่านตามาบ้าง น่ารักออกน้า ไม่สนสักตัวจริงๆหงอopen-mounthed smile //โดนถึบติดกำแพง

ว่าแต่ดีแล้วนะที่แม่หนูนินชวนไปกินบุฟเฟ่ต์ไม่งั้นอาตงเอ๋ย ได้อยู่ช่วยกันล้างจานสองคนแหงๆ sad smile ...ดูจากเม้นบนมิแคล้วหนี้สินครานี้ จะเป็นหนี้สูญป่าวคะ?!!!

#2 By Adeya on 2011-10-30 19:54

แอร๊ยยย~

ตงโดนนินลากไปทางสายโอตาคุเสียแล้ว

ขำจริง ๆ มีรูปประกอบฟิกเกอร์ด้วยอะ 55+

ชอบตอนนินเจอเหรียญ 10 บาทมาก แลดูเธอยาจกสุดๆ cry

ปล.ทวงต่อไปเถอะตง !! open-mounthed smile

#1 By PloY♥SoL on 2011-10-30 15:31