[CS] HW404 : เรื่องถั่ว ๆ

posted on 11 Aug 2011 19:48 by 376sec in HOMEWORK
 
 
*เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการโรงเรียนลูกบาศก์*
 
 
 
 

 

[CS] HW404 : เรื่องถั่ว ๆ
[ มุมมองของจอก : จิ้มตรงนี้  ]


 
 
 
 
 

    โรงเรียนใหม่มาพร้อมกับอะไรใหม่ ๆ…
 
 
 

    เขากำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประจำของตนเอง การนั่งอยู่ข้างหลังสุดทำให้สามารถมองเห็นความเป็นไปในห้องเรียนได้อย่างครบถ้วน ...ปรกติแล้วเขาเองก็ไม่ค่อยได้นั่งหลังห้องนัก แต่นี่เป็นเหตุจำเป็น (หรือกล่าวง่าย ๆ คือข้อบังคับ)  อันเกิดจากดวงของเขาเอง ฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ล่ะนะ...
 
 

    กลับกันที่ว่าคราวนี้เขาเริ่มปรับตัวและทำใจให้ชินกับสถานที่ใหม่ ที่นั่งใหม่ และเพื่อนใหม่ได้แล้ว จึงไม่มีอาการหงุดหงิดหรือไม่พอใจอะไรอีก นอกจากที่นั่งอันวังเวงข้างกายเท่านั้นเอง
 
 

    พันปิยะนั่งใช้ความคิดเพลิน ๆ  เกี่ยวกับกิจกรรมใหม่ (ซึ่งเห็นได้ว่าเป็น ‘เรื่องใหม่’ อีกเรื่องหนึ่ง) สัมผัสกลมรีเล็ก ๆ เคลื่อนตัวไหลเลื่อนไปตามขอบเขตของถุงในมือ ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การปลูกถั่วเขียวก็ยังคงความเป็นอมตะไม่เสื่อมคลายจริง ๆ
 
 

    ถึงจะดูแปลกไปสักหน่อยที่ให้เด็กมัธยมปลายทำกิจกรรมปลูกถั่วเขียว แต่คำว่า ให้ ทำกิจกรรมนี้ร่วมกันกับสมาชิกในห้องอีกคนหนึ่งก็พอจะทำให้เข้าใจได้ว่า วัตถุประสงค์ที่แท้จริงของกิจกรรมที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรนี้นั้นคือการทำความรู้จักและผูกสัมพันธ์กับสมาชิกภายในห้องให้มากขึ้นกว่าเก่าเท่านั้นเอง
 
 

    แต่ประเด็นคือ เขาจะผูกสัมพันธ์กับใครดีล่ะ?
 
 

    สายตาเริ่มสอดส่องไปยังคนใกล้ตัวก่อน กัมปนาทนั่งตัวตรงเป๋งอยู่ข้างหน้าพร้อม ๆ กับแผ่รังสีเย็นยะเยือกตามวิสัย และด้วยเหตุอันใดก็ไม่รู้ เอาเป็นว่ารายนี้เขาขอผ่าน อย่างน้อย ๆ เราก็ได้ทำความรู้จักกันอย่างเข้มข้นตั้งแต่วันแรกที่เปิดเรียนแล้ว
 
 

    คนถัดมาคือมณฑกาญจน์ ..รายนี้ก็ขอผ่านเหมือนกัน
 
 

    ไม่ได้กลัวว่าหล่อนจะทำอะไรเขาอีกหรอก เพียงแค่รู้สึกว่าเขากับหล่อนยังมีเวลาในการทำความรู้จักกันอีกมากก็เท่านั้นเอง อีกอย่างเขาก็เคยได้คุยกับมณฑกาญจน์มาพร้อม ๆ กับกัมปนาทและศรันฉัตร แถมทั้งเขาและหล่อนต่างมีหมายเลขโทรศัพท์ของกันและกัน ไว้อยากคุยเมื่อไหร่ค่อยโทรหากันก็ยังไม่สาย
 
 

    .
 

    ...
 

    .....
 
 

    แต่ก็นึกไม่ออกว่านอกเหนือจากคนใกล้ตัวแล้วเขาจะไปจับคู่กับใครดี
 
 
 
 
 
 
 

   นี่อั้วเรื่องมากมากไปหรือเปล่าวะเนี่ย!
 
 
 
 
 
   
    “เอ่อ..ตงครับ”
 
 
 
    สำเนียงเนิบ ๆ แสนสุภาพดังขึ้นขัดจังหวะ ดึงให้พันปิยะหลุดออกจากภวังค์ส่วนตัว
 
 
 
    ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ ศฤคาล มนุษย์เพศชายตัวโย่งที่สุดในห้องโผล่ร่างมายืนเป็นเสาชะลูดอยู่ข้างโต๊ะพร้อมกับส่งรอยยิ้มแหย ๆ ประจำตัวมาให้ ซึ่งแน่นอนว่าผู้ถูกเรียกจำต้องเงยหน้าขึ้นหลายองศาจึงจะเห็นรอยยิ้มนั่นบนใบหน้าซื่อ ๆ ของเจ้าตัว
 
 
 
    ศฤคาลมาเพื่อบอกว่าเขาจะเป็นคู่ปลูกถั่วเขียวให้ได้ไหม ทำเอาเขาที่เมื่อครู่กำลังคิดเพลิน ๆ ต้องยุติความคิดลงไปอย่างช่วยไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ถือว่าดีแล้วล่ะนะ แต่เพราะอะไรคนที่อยู่ข้างหน้าสุดถึงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนกันถึงแถวหลังเลยล่ะเนี่ย ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยแฮะ
 
 
 
    “..นึกยังไงถึงเลือกเราล่ะ?”
 
 
 
    ในเมื่อที่ผ่านมาเขาก็ยังไม่ค่อยได้คุยกับศฤคาลมากนัก คำถามนี้ก็ย่อมเป็นคำถามที่สมควรจะถามไม่ใช่รึ? ดวงตาหลังกรอบเลนส์เหลี่ยมจับจ้องร่างของอีกฝ่ายที่หย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ว่างข้าง ๆ
 
 
 
    “..ผมจ้ำจี้เอาอะครับ”
 
 
 
    ...
 
 
 
    ต้องมีเสียงฉาบตีกระทบกันเป็นลูกคู่ด้วยดีไหม?
 
 
 
 
    ถ้าตอนนี้กำลังกินน้ำอยู่ล่ะก็ เขาคงได้เผลอทำอะไรตลก ๆ อย่างการสำลักค่อกแค่กออกมาให้คู่สนทนาได้เห็นก็ได้ แต่เพราะความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้น พันปิยะเองก็ไม่รู้ว่าตนทำสีหน้าอย่างไรออกไป ...ที่แน่ ๆ คือเขาขำว่ะ คือลื่อไม่คิดจะหาเหตุผลที่มันดีกว่านี้เลยเรอะ?  โกหกกันนิดหน่อยก็ได้ อั้วไม่ซีเรียสหรอกน่า..
 
 
 
    รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้า ...” ..เอางั้นก็ได้ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว งั้นเราขอคู่ด้วยเลยแล้วกัน...ขี้เกียจไปหาคนอื่น”
 
 
 
    ความหมายก็เป็นไปตามคำที่พูดออกไปนั่นล่ะ เด็กหนุ่มขี้เกียจจะคิดอะไรให้มันวุ่นวาย ในเมื่อมีเพื่อนมาขอคู่ด้วยแล้วก็ทำให้มันเสร็จไปเลยในทีเดียวละกัน  ศฤคาลขยี้ศีรษะตนเองดังแกร่กกร่ากอีกคราวขณะที่กำลังตกลงช่วงเวลาที่ต่างฝ่ายต่างสะดวก
 
 
 
    ผลสรุปได้ว่าทั้งคู่จะเริ่มลงมือทำกิจกรรมตั้งแต่เย็นวันนี้ตั้งแต่หลังเลิกเรียนเป็นต้นไป ดวงตาเล็ก ๆ มองตามร่างของเพื่อนที่กล่าวขอบคุณและขอโทษอย่างเกรงใจที่เพิ่งลุกออกไปเมื่อครู่
 
 
 
 
      
    คาบสุดท้ายหมดเวลาลง พันปิยะเก็บสัมภาระทั้งหลายเข้ากระเป๋า ..ได้เวลาทำงานแล้ว! ดีที่ว่าโทรบอกที่บ้านว่าวันนี้คงกลับไปช่วยงานช้าเลยไม่ถึงกับต้องรีบเร่งอะไรมากนัก
 
 
 
    ตรงไปหาศฤคาลอย่างรวดเร็ว เอ่ยสั้น ๆ “จอก...เราไปรอที่แปลงเกษตรนะ” แล้วทำท่าจะพุ่งออกจากห้องเรียนไปโดยไม่ฟังคำตอบของเขา ..ทำไมน่ะรึ? ก็เมื่อมองจากหางตาแวบ ๆ  เด็กหนุ่มก็เห็นว่าหมอนั่นลุกตามตามหลังมาติด ๆ ..แถมยังตรงมาทางนี้อีก ใจคอคิดจะก่อกวนกันไม่ปล่อยเลยหรือไง
 
 
 
    ท่อนแขนยาวตวัดกอดคอของศฤคาลอย่างรักใคร่(?)  นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นเป็นประกายวิบวับเหมือนอย่างเคย สิงหาขยับยิ้มยียวนระหว่างที่พันปิยะกำลังคิดว่าตนคงเข้าใจผิด ..วันนี้หมอนี่ไม่ได้ตั้งจะแกล้งเขาสักหน่อย คนที่ถูกแกล้งเป็นคู่ปลูกถั่วของเขาต่างหาก
 
 
 
    พอตั้งใจจะไปและขอให้ศฤคาลโชคดีมีชัยกับการรับมือกับสิงหา ริมฝีปากของอีกฝ่ายกลับชิงเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน
 
 
 
    “เฮ้ๆ จอก...” แสร้งดัดน้ำเสียงให้ฟังดูสะเทือนจิตบาดใจ  สิงหา ก้องเกียรติภูมิ ปรายตามองพันปิยะแวบหนึ่งหมายสังเกตอาการ แล้วเอ่ยต่อ
 
 
 
    “นายจะพาศรีภรรยาฉันไปทำอะไรมิทราบ” ถอนหายใจเฮือก “ฉันก็หวงเป็นนะ”
 
 
 
    “ภรรยงภรรยาอะไรกันหา! แค่ไปปลูกถั่วเขียวเว้ย!”
 
 
 
    คนที่ชอบทำหน้านิ่งอยู่ตลอดเวลาบันนี้สวนกลับมาทันควัน พอได้เห็นรังสีมาคุจาอีกฝ่ายแล้วสิงหาก็รู้สึกรื่นเริงบันเทิงใจโครต ๆ  อาการแบบนี้พอจะมีใครเข้าใจบ้างมั้ยครับ?  ส่วนศฤคาลก็กำลังงัดตัวเองออกจากเงื้อมมือของเขา
 
 
 
   อ้าว.. ทางนี้ก็คิดจะหนีกันไปแล้วรึไงเนี่ย รู้หรือเปล่าว่าแกล้งได้แค่คนเดียวมันไม่หนำใจ
 
 
 
    “อ๋อเหรอ...”
 
 
 
    “ครับ...แค่ไปปลูกถั่วเขียวครับ”
 
 
 
    หนุ่มเมืองเหนือแก้ต่างให้อย่างนิ่มนวลตามนิสัย แต่ไอ้รอยยิ้มแหย ๆ บนหน้าดันแสดงออกว่าไม่ประสงค์จะต่อกรกับสิงหาด้วยเช่นกัน
 
 
 
    พันปิยะหน้าตึง จ้องหน้าสิงหา แล้วหลุดพูดอะไรสักอย่างที่ทั้งสองคนฟังไม่ออก --ลื่ออยากตายมากนักเรอะ!-- ก่อนจะหายวับไปทางประตู ทิ้งศฤคาลไว้กับสิงหาอย่างนั้น
 
 
 
    ..เดี๋ยวก็ตามมาได้เองล่ะ!
 
 
 
    อันที่จริงก็มีสาเหตุที่ถูกทำให้เรียกเช่นนี้ แต่พันปิยะขี้เกียจจะเท้าความ
 
 
 
 
 
 
    เดินไปตามทางจนถึงแปลงเกษตร เด็กหนุ่มวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ  นั่งรออยู่อึดใจหนึ่งก็ปรากฏร่างของคู่ภารกิจขึ้น แน่นอนว่าคำขอโทษลอยมาถึงเขาก่อนจะทันเห็นหน้าเสียอีก พันปิยะมองหน้าเพื่อนเงียบ ๆ  เพราะไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากรอดูว่าเขาจะทำอะไรต่อ
 
 
 
    คู่ภารกิจนำอุปกรณ์ที่ต้องใช้ออกมา นอกจากเมล็ดถั่วเขียวที่ได้รับมาตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ยังมีขวดน้ำพลาสติกถูกตัดครึ่งจนเหลือแค่เพียงส่วนล่าง ตามด้วยสำลีขาวอีกเป็นกระตั๊ก ท่าทางจะเพาะถั่วบนสำลี เป็นการเพาะถั่วอย่างง่าย ๆ ที่ไม่ว่าใครก็น่าจะเคยทำ
 
 
 
    นั่งจัดแจงอุปกรณ์และเตรียมการกันอย่างเงียบ ๆ  เรียบร้อย หลังจากลุกไปเอาน้ำมาให้ก็เห็นศฤคาลเอาสำลีชุบน้ำแล้วบีบออกเพื่อไม่ให้ชุ่มินไป พันปิยะเห็นอย่างนั้นจึงทำตัวเป็นผู้ตามที่ดีด้วยการปฏิบัติตามบ้าง
 
 
 
    “แล้วไงต่อ?”
 
 
 
    “ใส่ถั่วเขียว...ใส่น้ำอีกนิดหน่อยอะครับ”
 
 
 
    “มีอะไรอีกไหม?”
 
 
 
    “...เอ่อ...รอให้โตละมั้งครับ”
 
 
 
    ช่างเป็นบทสนทนาที่กระชับและได้ใจความเหลือเกิน..  ศฤคาลขยับตัวอย่างอึดอัด
 
 
 
    “เอ่อ...ตงครับ?”
 
 
 
    เจ้าของชื่อหันตามเสียงเรียก แว่นตาเป็นประกายวับสะท้อนแดด ศฤคาลส่งรอยยิ้มแหย ๆ มาให้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน เด็กหนุ่มถามต่อ
 
 
 
    “ที่บ้านตงนี่...ทำอาหารขายใช่รึเปล่าครับ?”
 
 
 
    “ใช่ ...ทำไมรึ?”
 
 
 
    อ่า...ไม่มีอะไรหรอกครับ แค่กำลังคิดว่าถ้าไปส่งแล้วจะยกให้ตงดีไหมเท่านั้นละครับ”
 
 
 
    อย่างกับรู้ใจ.. พันปิยะมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันทีทันใดพอได้ยินคำพูดนั่น แต่เพื่อความมั่นใจจึงตัดสินใจเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง ..ไม่ว่าใครก็ชอบของฟรีกันทั้งนั้นล่ะน่า
 
 
 
    “จริงเหรอ?”
 
 
 
    “ก็...จะได้เอาไปทำอาหารขายที่บ้านต่อไงครับ” คู่สนทนายิ้มเล็ก ๆ “...จะเอาไปทิ้งก็เสียดาย”
 
 
 
    เอ้อ.. อั้วไม่งกขนาดนั้นหรอกนะอาจอก
 
 
 
    “เฮ้ย จะเอาไปขายได้ยังไง” โบกไม้โบกมือปฏิเสธเพื่อรักษาภาพลักษณ์อันดีงามของการค้า “ไม่ได้ว่าที่ปลูก ๆ เนี่ยไม่ดีหรอกนะ แต่..”
 
 
 
    อย่าทำให้เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฉวยโอกาสเซ่!
 
 
 
 
    “ยังไงดีล่ะ.. นายก็ปลูกด้วยนี่นา?”
 
 
 
    ไอ้ที่จะให้มาน่ะมันก็อยากได้อยู่หรอกนะ แต่ครั้นจะเอาไปทำเป็นของซื้อของขายรู้สึกไม่ค่อยดีเอาเสีย แต่ถั่วงอกมันจะเอาไปทำอะไรได้นอกจากเอาไปปลูกต่อกับเอาไปทำเป็นของกินล่ะเนี่ย?
 
 
 
    อืม..ของกิน
 
 
 
    “เอางี้ดีกว่า เดี๋ยวเอาไปทำอะไรให้กินละกัน มาทำที่โรงเรียนก็ได้ ...ไม่ยากหรอก”
 
 
 
    ต้องแบบนี้สิถึงจะยุติธรรมหน่อย ..เขาได้ของ ..ศฤคาลได้กิน
 
 
 
    พอตกลงกันเรียบร้อยเด็กหนุ่มก็ได้แต่พึงพอใจอยู่คนเดียว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
    “อ่าครับ ผมจะรอนะครับ”
 
 
 
   ศฤคาลรับคำ ขณะที่พันปิยะกำลังครุ่นคิด
 
 
 
 
 
   ...ถั่วเขียวสองถุงนี่มันจะได้ถั่วงอกเยอะขนาดไหนกันนะ?
 
 
 
 


 
 
 

+++++++++++++++++++++++++++

 
 
 
สรุป
 
- ตงคิดว่าจะปลูกถั่วกับใครดี
 
- จอกเข้ามาขอคู่ด้วย ตงตอบตกลง เพราะขี้เกียจคิดต่อ
 
- ก่อนจะไปปฏิบัติภารกิจ ดันถูกออกัสเข้ามาก่อกวนเบา ๆ
 
- ทำไมกัสถึงเรียกตงอย่างนั้น มันมีที่มา ซึ่งยังมิได้เขียนล่ะ~
 
- ปลูกกันอย่างง่าย ๆ ชิล ๆ
 
- จอกบอกว่าจะยกถั่วงอกให้ ตงชอบใจ แล้วก็บอกว่าจะเอาถั่วงอกมาทำเป็นของกินให้ดีกว่า
 
- เนื้อหาหลักก็ไม่ต่างจากส่วนของจอกมากนัก ขออภัยด้วยค่ะ lllOTL
 
- ตงจะทำอะไรมานั้น โปรดติดตามต่อในโอกาสหน้า
 
- อนึ่ง ผปค.ไหแตกไปหนึงใบ และก็เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งใบด้วยเช่นกัน Undecided
 
 
 
 

Comment

Comment:

Tweet

ไว้อยากคุยเมื่อไหร่ค่อยโทรหากันก็ยังไม่สาย>> แหมมมม พันปิย้าาาาา หึๆๆๆ (หัวเราะแล้วเดินจากไป)

เจ๊อยากอ่าน "ศรีภรรยา" อ่ะพิมมี่ อยากอ่านนนนน (ดีดดิ้น)

อยากกินอาหารฝีมือตงด้วยยย

#4 By Fern-CS#4 on 2011-08-13 23:15

ตอนแรกก็อ่านมาดีๆหรอก แต่พอหนุ่มราศีสิงห์โผล่เข้ามาในเรื่องเท่านั้นล่ะ มู้ดเปลี่ยนทันควัน อร๊ายยยยย ไอม่วงโชยมาเลยทีเดียว แอบจิ้นเตลิดไปนิดหน่อยตามประสาสาววาย

อยากอ่านที่มาของคำว่า "ศรีภรรยา" อ้ะ!!!!


ไม่รู้ว่าถั่วที่นร.ได้รับมาถุงนึงหนักเท่าไหร่ เห็นเขาว่ามันจะโตเป็น5-6เท่า... อูยยย อาตงคำนวณดูปริมาณผลผลิตแล้วคงเนื้อเต้น สมมติว่าถุงถั่วหนึ่งกิโล ปลูกสองถุงก็ได้ถั่วงอกสักสิบกิโลได้แล้วมั้ง เหลือจากร้านมาผัดถั่วงอกให้จอกกินได้ทั้งอาทิตย์จนหน้าเป็นถั่วเลยล่ะ 555


รออ่านตอนต่อไปค่ะ!!




ปล. เขียนชายกับชายไม่ให้วายนี่ช่างยากจริงหนอ เว้นแต่สองหนุ่มจะขั้วเดียวกันเนาะ




//โกยหลบเกือกของพิมมี่สุดชีวิต

#3 By irindel on 2011-08-12 00:10

อู้ววววววววววววววววววว
พิมมี่ออกจากไหแล้ววว //ชาบูววว
ต้องตามเธอไปแล้วล่ะ


เลิฟพ่อแว่นนี่จริงๆให้ตายดิ้น

#2 By Northstream on 2011-08-11 20:58

แอร๊ยย

มาแล้ววววววววววว

question question question

รอคอยนานจริง...อุราแล้ว

#1 By Jork-Sarikal - CS 5413 on 2011-08-11 20:43